EXPRESSO BROWNIE TIRAMISU

EXPRESSO BROWNIE TIRAMISU
ทีรามิสุวันนี้ทำฐานเป็นเนื้อแบบบราวนี่ (แอบเบื่อเลดี้ฟิงเกอร์แล้ว)
แต่เพื่อให้ได้บรรยากาศทีรามิสุเลยเป็น บราวนี่ที่มีกลิ่นเข้มข้นของกาแฟ
สูตรนี้สำหรับทาน 4-6 ชิ้น พอดีๆ ใช้พิมพ์ 2 ปอนด์ หรือพิมพ์ 7 นิ้ว

วิธีทำแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือขั้นตอนการทำบราวนี่ และขั้นตอนการทำทีรามิสุครีม



ขั้นตอนที่ 1 เอ็กเพรสโซ่บราวนี่ วอร์เตาอบที่ 180 องศา ไฟ บน-ล่าง
ส่วนผสม แบ่งเป็น 3 ส่วน
ส่วนผสมส่วนที่ 1
เนยสดหั่นเต๋า 105 กรัม
ช๊อคชิพ (เซมิสวีท) 1/2 ถ้วยตวง
กาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำส่วนที่ 1
ตวงทุกอย่างใส่หม้อแล้วนำไปละลายบนหม้อน้ำร้อนแบบ Double Boiled
คือใช้หม้อใบใหญ่ ต้มน้ำให้ร้อนเกือบๆเดือด แล้วเอาส่วนผสมทั้งหมดใส่หม้อใบเล็กกว่า
แล้วเอาหม้อใบเล็กไปตั้งบนหม้อน้ำเดือด แล้วค่อยๆคนด้วยตระกร้อมือ
จนทุกอย่างละลายเข้ากันดี ทิ้งไว้ให้เย็น

ส่วนผสมส่วนที่ 2
ไข่ไก่ 2 ฟองใหญ่     น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วยตวง    เกลือหยิบมือ
วิธีทำส่วนที่ 2
นำทุกอย่างใส่ชามผสม ตีด้วยตะกร้อมมือจนไข่สีอ่อนลง น้ำตาลไม่จำเป็นต้องละลายหมดก็ได้ จากนั้นค่อยๆเทส่วนผสมที่ 2 ลงในส่วนผสมที่ 1 ที่เย็นตัวแล้ว และค่อยๆผสมให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ

ส่วนผสมที่ 3 ของแห้ง
แป้งเค้ก หรือแป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
วิธีทำส่วนที่ 3
ร่อนแป้งแล้วค่อยๆเทแป้งลงในส่วนผสมของเหลวทั้งหมด โดยแบ่งทยอยใส่แป้ง 3-4 รอบ แล้วคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันดี
จากนั้นเทเบเทอร์ลงในพิมพ์ นำเข้าอบเป็นเวลา 20 นาที เมื่อสุก พักไว้จนเย็นค่อยทำส่วนของครีมทีรามิสุ

ขั้นตอนที่ 2 ทีรามิสุครีม
เจลาติน 4 กรัม และน้ำสำหรับบูมเจลาติน 20 กรัม
เหล้าคาลัว หรือรัม 1 ช้อนโต๊ะ
ชีสมาคาโพเน่ 112 กรัม
วิปครีม 112 กรัม
น้ำเปล่า 4 กรัม
ไข่แดงใบใหญ่ 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 35 กรัม
วิธีทำ ทีรามิสุครีม
นำเจลาตินไปบูมกับน้ำทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นนำไปละลายพักไว้
ตีไข่แดง น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า แบบ Double Boiled ให้พอเข้ากัน ระวังอย่าให้ไข่แดงสุกเป็นลิ่ม

จากนั้นตีวิปครีมและครีมชีสเข้าด้วยกัน จนตั้งยอดดี
ค่อยๆเติมเหล้าคาลัว หรือรัมลงไป และค่อยๆใส่ส่วนของไข่ ลงไปตีรวมกับวิปครีม
โดยค่อยๆใส่เป็นสายเล็กๆ และสุดท้ายเติมเจลาตินละลายลงไป ตีให้เข้ากันดี
นำไปปาดหน้าบราวนี่ และนำเข้าแช่เย็น จนเซ็ตตัวดี ประมาณ 4 ชม
เมื่อเซ็ตตัวดีแล้ว ให้นำผงโกโก้ มาโรยหน้าให้ทั่วก่อนตักเสริฟ

EGG TART

EGG TART ทาร์ตไข่

ทาร์ตแบบง่ายๆใช้แป้งสำเร็จ ใช้เวลาทำไม่ถึง 5 นาที แต่เวลาอบนานนิดนึง
ทาร์ตไข่เป็นขนมของสัญชาติโปรตุเกส เหมือนๆกับพวกฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอดทั้งหลาย แต่ทาร์ตไข่กลับไปเป็นที่นิยมที่ประเทศฮ่องกง มาเก๊า วิธีทำก็ง่ายๆ มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม
แป้งพัฟเพรสตี้สำเร็จ
ไข่ไก่ 1 ฟองใหญ่
นมจืด หรือครีมสด 100 ml
น้ำตาลทราย 1 1/2 - 2 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นวนิลา

สูตรนี้จะได้ทาร์ตชิ้นใหญ่ 5-6 ชิ้น หรือชิ้นเล็กเท่าคัพเค้ก 9-10 ชิ้น

วิธีทำ วอร์เตาอบไฟบน-ล่าง 180 องศา
นำแป้งพัฟเพรสตี้ออกจากช่องแข็งมาวางให้คลายความเย็น
นำไข่ไก่ นม น้ำตาล และวนิลาใส่ชามผสม ตีให้เข้ากัน
เมื่อแป้งคลายตัวดีแล้ว ให้นำแป้งไปกรุในพิมพ์ที่เตรียมไว้ โดยทาเนยหรือมาการีนที่พิมพ์บางๆกันแป้งติด
จากนั้นนำส้อมจิ้มให้ทั่วๆที่ฐานแป้งเพื่อไม่ให้แป้งนูนขึ้นมาเวลาอบ
นำพิมพ์แป้งที่กรุแล้วไปเรียงใส่ถาดอบ จากนั้นเทส่วนของนมลงไป ให้สูงเกือบเท่าขอบแป้ง
นำเข้าอบเป็นเวลา 30 นาที เมื่อสุกเอาออกมาวางจนเย็น ค่อยจัดเสริฟ

ปล เวลาอบตัวคัสตาร์ทจะปูดพองเหมือนลูกโป่งในตู้อบ แต่พอเอาออกมาวางให้เย็น จะค่อยๆยุบลงไปเอง
ถ้าใครชอบหวาน เมื่ออบครบเวลาอาจจะทำคาราเมลราดหน้าแล้วนำเข้าอบไฟบนต่อเพิ่ม 5 นาทีก็ได้ จะได้หน้าครัสตาร์ทที่ไหม้คาราเมล

LEMON BAR PIE

LEMON BAR PIE

เป็นพายง่ายๆ ไม่ต้องใช้เครื่องตีไข่ ไม่ต้องนวดแป้งครัสท์
สำหรับคนชอบขนมที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ทานคู่กับชาหรือกาแฟก็อร่อย

วิธีทำแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ใช้พิมพ์สี่เหลี่ยมขนาด 7x7 นิ้ว หรือพิมพ์ตามที่มี
เริ่มแรก วอร์มเตาอบทิ้งไว้เลยที่ 180 องศา



ขั้นตอนที่ 1 ตัวครัสท์
แป้งเค้ก 110 กรัม
เนยเย็นหั่นเต๋า 85 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 45 กรัม เกลือหยิบมือ
นำทั้งหมดใส่โถปั่น แล้วปั่นให้เข้ากันเป็นเนื้อทราย นำไปอัดลงพิมพ์ให้แน่น
แล้วนำเข้าอบ 20 นาที

ขั้นตอนที่ 2 ตัวฟิลลิ่งเลมอน
น้ำเลมอนคั้น 85 กรัม
น้ำตาลทราย 110 กรัม
ไข่ไก่ทั้งฟอง 2 ฟองใหญ่
เกลือหยิบมือ, สีผสมอาหารสีเหลือง (ไม่ต้องใส่ก็ได้)
แป้ง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
นมจืด หรือครีม 2 ช้อนโต๊ะ
ผิวเลมอนขูด 1-2 ลูก (ไม่ต้องขูดลึกจอเจอเนื้อสีขาว ไม่งั้นจะทำให้ขนมมีรสขม)
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ชาม แล้วตีให้เข้ากันด้วยตระกร้อมือ พักไว้

เมื่อครัสท์ที่อบครบเวลา 20 นาทีแล้วให้เอาออกมาราดด้วยฟิลลิ่ง ตอนที่ครัสท์ร้อนๆไม่ต้องรอจนเย็น แล้วนำกลับเข้าอบต่อด้วยไฟ 160 องศา เป็นเวลา 20 นาที

เมื่อขนมอบจนครบเวลาแล้ว นำมาพักจนเย็น นำมาตัดทานเป็นชิ้นๆ โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิ่งบางๆก่อนเสริฟ

Apple butternut cream crumble pie

Apple butternut cream crumble pie
พายแอปเปิ้ล ไส้บัตเตอร์นัทครีม และหน้าครัมเบิ้ล
พายนี้เป็นพายที่นำพาย 3 อย่างมาผสมกัน
โดยคิดสูตรขึ้นมาเอง
สูตรนี้พายจะหอมมันเนย แต่รสชาติไม่หวานมากจนเกินไป และแป้งพายจะกรอบร่วน ส่วนไส้พายจะแห้งไม่เยิ้ม

วิธีทำ แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือตัวไส้ ตัวแป้ง ตัวครีม และตัวครัมเบิ้ล ให้ทำตามลำดับไป
ใช้ถาดอบขนาด 8 นิ้ว

ขั้นตอนที่ 1 ตัวไส้แอปเปิ้ลฟิลลิ่ง
แอปเปิ้ลหั่นเต๋า 2-3 ลูก   เนย 2 ช้อนโต๊ะ
อบเชยป่น 1 ช้อนชา  น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ

ผัดรวมกันจนแอปเปิ้ลนิ่ม (ถ้าแอปเปิ้ลที่ใช้หวานหรือเปรี้ยวไปก็ปรับสัดส่วนน้ำมะนาว และเพิ่มน้ำตาลทรายได้ แต่ไส้ควรมีรสอ่อน)

ขั้นตอนที่ 2 ทำตัวแป้งพาย (ใครจะใช้แป้งสำเร็จรูปก็ได้)
แป้งเค้ก  143 กรัม     น้ำมันพืช 30 กรัม
เนยเย็นหั่นเต๋าเล็ก 60 กรัม   ไข่แดง 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 45 กรัม  เกลือป่นหยิบมือ
น้ำเย็นจัด 30 กรัม
นวดแป้งเร็วๆจนเนียนเข้ากันดี จากนั้นนำไปกรุ บนพิมพ์ที่ทามาการีนหรือเนยขาว แล้วใช้ส้อมจิ้มแป้งที่ก้นพิมพ์ให้เป็นรูทั่วๆ (เพื่อเวลาอบแป้งพายจะไม่พองตัวดันไส้ให้ล้นออกมา)
จากนั้นนำแป้งพายเข้าแช่ตู้เย็นหรือช่องฟรีซ โดยหาถุงคลุมแป้งเพื่อไม่ให้กลิ่นอาหารอื่นติดแป้ง (เพื่อหยุดการทำงานของกลูเต็นในแป้งเวลาอบแป้งจะได้กรอบร่วน)
วอร์มเตาอบที่ 180 องศาเตรียมไว้
ขั้นตอนที่ 3 บัตเตอร์นัทครีม
ส่วนของแห้ง
ถั่วอัลมอนต์ หรือถั่วแมคคาเดเมีย 50 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 30 กรัม
แป้งเค้ก 18 กรัม
นำทุกอย่างใส่เครื่องปั่นผสมจนเข้ากันดี
ส่วนของเหลว
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เนยละลาย 50 กรัม

นำเนยละลายและไข่ไก่ใส่ชามผสม ตามด้วยส่วนของแห้งที่ปั่นเข้ากันดี ผสมจนเข้ากันด้วยตระกร้อมือ


ขั้นตอนที่ 4 ครัมเบิ้ล
แป้งเค้ก 100 กรัม
น้ำตาลทราย 80 กรัม
เนยเย็นหั่นเต๋า 80 กรัม
วนิลา 1/2 ช้อนชา

นำทุกอย่างใส่โถปั่น แล้วผสมเร็วๆจนเข้ากัน ขั้นตอนนี้ให้ปั่นหยาบๆพอส่วนผสมเหมือนเม็ดทราย ถ้าปั่นนานแป้งจะเป็นครีม

จากนั้นนำแป้งพายออกจากตู้เย็น
เทส่วนของบัตเตอร์นัทลงไป จากนั้นเทไส้พายลงไป แล้วโรยหน้าด้วยครัมเบิ้ลเป็นอันเสร็จ

นำพายเข้าอบที่ 180 องศา เป็นเวลา 30-35 นาที หรือถ้าชอบพายเหลืองกว่านั้นก็ทิ้งไว้จน 40 นาที

เมื่อพายสุก นำออกจาเตา วางทิ้งไว้จนเย็นค่อยตัดแบ่ง

MACADEMIA SNOWBALLS

MACADEMIA SNOWBALLS
เมนูขนมต้อนรับหน้าหนาวปีนี้
เป็นคุ๊กกี้ถั่วแมคคาเดเมียแบบนุ่มๆ
ถ้าใครชอบคุ๊กกี้แบบละลายในปาก ก็ต้องชอบคุ๊กกี้สูตรนี้แน่นอน

แต่สูตรที่นำมาลงทำได้ประมาณ 12-13 ลูก (ขนาดเท่าลูกชิ้น) ใครอยากทานเยอะก็เบิ้ลสูตรเอา
สูตร
เนยอุณหภูมิห้อง 60 กรัม
น้ำตาลทราย 20 กรัม
แป้งเค้กหรือแป้งเอนกประสงค์ 85 กรัม
ถั่วแมคคาเดเมียสับหยาบ 30 กรัม
ไอซิ่งหรือมะพร้าวผงสำหรับคลุกตามชอบ

วิธีทำ
วอร์มเตาอบที่ 170 องศาC
นำถั่วไปสับหยาบด้วยที่บดถั่ว หรือถ้าจะเข้าเครื่องปั่น ให้ปั่นเร็วๆ เพราะถ้าปั่นนานถั่วจะเป็นครีม
จากนั้นตีเนยและน้ำตาลจนขึ้นฟูเป็นครีม
เติมถั่วลงไป ตีต่อให้เข้ากัน สุดท้ายทยอยเติมแป้งลงไปตีจนเข้ากันดี
ตอนนี้จะเห็นว่าแป้งและทุกอย่างเป็นเม็ดเหมือนทรายละเอียดๆ ก็เอามือนวด และปั้นให้เป็นก้อนกลม แต่อย่ากดจนแน่น หรือใช้ที่ตักโดว์คุ๊กกี้ก็จะได้ลูกที่ขนาดเท่าๆกัน

นำตัวคุ๊กกี้ใส่ถาดอบปูกระดาษไข เข้าอบเวลาประมาณ 25 นาที
เมื่อคุ๊กกี้สุกแล้วทิ้งไว้ให้คลายร้อนประมาณ 3-5 นาทีแล้วนำมาคลุกน้ำตาลไอซิ่งหรือมะพร้าวผง ก่อนเสริฟ

ปล สูตรนี้ตัวคุ๊กกี้ไม่หวาน จะหวานมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคลุกไอซิ่งมากหรือน้อย

Mamon Cake (Philippino spong cup cake)

มาม่อนเค้ก Mamon Cake
เป็นเค้กแบบสปัจน์สัญชาติฟิลิปปิน
เป็นเค้กที่ทำง่าย เจ๊งยาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มทำเค้ก แต่ข้อเสียคือ รออบได้ไม่นาน ควรทำไปอบไป และเป็นเค้กที่มีส่วนผสมของ ของเหลวเยอะทำให้ทิ้งข้ามวันแล้วเค้กจะแฉะควรทำแล้วทานเลย

ส่วนผสม
แป้งเค้ก 50 กรัม
น้ำตาลทราย 50 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ แยกแดงขาว 2 ฟอง
น้ำมันพืช 35 กรัม
กลิ่นวนิลา และเกลือหยิบมือ
วิธีทำ
ร่อนแป้ง ผงฟู น้ำตาลวนิลาและเกลือรวมกันพักไว้
แยกไข่แดงและไข่ขาว
ตีไข่ขาวและน้ำตาลจนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน พักไว้
นำไข่แดงและน้ำมัน มาตีจนขึ้นฟูดี แล้วนำไปตะล่อมรวมกับไข่ขาวจนเข้ากันดี
ค่อยๆเติมแป้งลงในส่วนผสมของไข่ โดยแบ่งใส่แป้ง 2-3 ครั้ง
เทเบเทอร์ที่ได้ลงในพิมพ์ 2/3 ของพิมพ์
แต่งหน้าด้วย ช๊อคชิพ ลูกเกด
นำเข้าอบไฟบนล่าง 180 องศา 10-15 นาที

ปล.มาม่อนเค้ก นิยมทานกับเชดด้าชีสขูดฝอยโรยหน้า
ถ้าตีไข่ขาวตั้งยอดแข็งเกินไป เนื้อเค้กที่ได้จะไม่นุ่ม ควรตีแค่พอไข่ขาวตั้งยอดอ่อน
ถ้าผสมส่วนของไข่แดงและไข่ขาวไม่เข้ากันดี เค้กจะเป็นไต ไม่นุ่มเด้ง

APPLE STRUDEL

APPLE STRUDEL
เป็นขนมหวานของประเทศอสเตรีย
ส่วนประกอบไม่มีอะไรมาก วิธีทำก็ง่ายๆ และอร่อย ส่วนใหญ่นิยมทานคู่กับไอศครีมวนิลา

ส่วนผสมไส้ (สำหรับแป้ง Filo Pastry แผ่นใหญ่)
แอปเปิ้ลเปรี้ยว 4 ลูก หั่นเต๋า
ชินนามอนผง
เนย 3 ช้อนโต๊ะ (สำหรับผัด)
น้ำมะนาว น้ำตาล ตามชอบ
ลูกเกดหั่นชิ้นเล็ก 1/3 ถ้วยตวง
ถั่วเฮเซลนัท หั่นหยาบ 1/3 ถ้วยตวง


ส่วนผสมตัวแป้งและหน้าขนม
วันนี้ใช้แป้งสำเร็จรูป Filo Pastry ที่ตุรกีจะเรียกแป้งยุฟค่า ถ้าเป็นเมืองไทย ใช้แป้งปอเปี๊ยะแทนได้
เนยอ่อนตัว 1-2 ช้อนโต๊ะ สำหรับทาหน้าขนมก่อนอบ
น้ำตาลทราย สำหรับโรยหน้าขนมบางๆก่อนอบ
น้ำตาลไอซิ่ง สำหรับโรยหน้าขนมหลังอบ
อัลมอนต์ฝาน
วิธีทำ
ตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนยลงไปแล้วใส่แอปเปิ้ลลงไปผัด เติมน้ำตาล และน้ำมะนาว ชิมให้ได้รส เปรี้ยว หวาน โรยผงชินนามอน พอแอปเปิ้ลเริ่มสลด ให้เติมลูกเกด และถั่ว คลุกพอเข้ากัน พักไว้จนเย็น

ปล ถ้าแอปเปิ้ลเปรี้ยว ก็ไม่ต้องใส่น้ำมะนาว และใส่น้ำตาลเยอะหน่อย
แต่ถ้าแอปเปิ้ลหวาน ก็ลดน้ำตาลและเติมน้ำมะนาวลงไป
เมื่อไส้เย็นแล้ว ให้นำมาห่อ
โดยวางไส้ลงไป เป็นแนวยาวด้านล่าง ห่อโดยการปิดหัวท้ายและพับแป้งทบไปจนหมดแป้ง ลักษณะขนมที่ได้จะเป็นท่อนยาวๆ

ปล แป้ง Filo Pastry และแป้ง ยุฟค่า เป็นแผ่นวงกลม ใหญ่เส้นผ่าศุนย์กลาง 2 ฟุต ถ้าใช้แป้งปอเปี๊ยะ ขนมที่ได้จะมีลักษณะ ต่างไป คือเป็นชิ้นๆ พอดี ไม่ต้องขดในถาดอบ
เมื่อห่อเสร็จแล้ว นำไปวางบนถาดอบ
ใช้มีด ผ่าแป้ง ลักษณะเหมือนบั้ง เป็นช่องๆ จากนั้น ทาเนยบนแป้งด้านบนให้ทั่ว ถ้าเนยเหลือให้ใส่ไปตามรอยแยกที่หั่นไว้ โรยน้ำตาลทรายเล็กน้อย แล้วนำเข้าอบ ไฟบน-ล่าง 200 องศา เวลา 30-35 นาที หรือจนขนมสุกเหลืองแป้งกรอบ
ขนมที่อบสุกแล้ว แป้งด้านบนจะกรอบ มีสีเหลืองทองและสีน้ำตาลทรายไหม้เล็กน้อย
เวลาเสริฟให้ตัดเป็นชิ้น โรยหน้าด้วยไอซิ่งและอัลมอนต์สไลด์

NEW ORLEANS CHICKEN

ไก่นิวออลีนส์

เมนูนี้จริงๆควรจะใช้ปีกกลางไก่ แต่เนื่องจากสามีที่บ้านไม่ชอบแทะกระดูก เลยจำต้องใช้ไก่ชิ้นใหญ่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังไงก็อร่อยเหมือนกัน เป็นเมนูที่ทำง่ายๆ เพียงหมักไก่ทิ้งไว้ จากนั้นก็นำเข้าอบ


เครื่องปรุง
ไก่ ส่วนไหน จำนวนเท่าไหร่ตามชอบ
เกลือป่น
พริกปราปริก้า
พริกไทยดำป่น และแบบเม็ด
ซอสมะเขือเทศ และซอสพริก

วิธีทำ
นำไก่ไปล้างให้สะอาด นำส้อมมาจิ้มให้ทั่วๆเนื้อไก่ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าไปได้ดี จากนั้นโรยเกลือ พริกไทย และพริกปราปริกาให้ทั่วไก่ คลุกให้เข้ากันด้วยมือ บีบนวดๆเนื้อไก่เพื่อให้เครื่องปรุงซึมดี
จากนั้นนำซอสมะเขือเทศ และซอสพริก เทลงในชามหมักไก่ โดยใส่อัตราส่วน 2 : 1 หรือถ้าไม่ชอบเผ็ด สามารถใช้ซอสมะเขือเทศแบบเผ็ด แล้วไม่ต้องใส่ซอสพริกก็ได้
หมักไก่ไว้ข้ามคืน พอจะทานก็นำพริกไทยดำเม็ด มาบุให้แตก แล้วโรยลงไปเล็กน้อย แล้วนำเข้าอบด้วยไฟ 180 องศา โดยวางบนกระดาษฟลอย์ เอาด้านเงาหงายขึ้นเพื่อให้มีการสะท้อนความร้อน วางไก่โดยเอาด้านหนังไก่วางคว่ำลงไป อบแล้วหนังไก่จะไม่หด โดยอบ 15 นาทีแล้วกลับด้านไก่ อบเพิ่ม 10 นาทีหรือจนไก่สุก

ปล. ไก่ในรูปสีอ่อนไปหน่อย เพราะพริกปราปริก้าหมดพอดี สีไก่จะสวยต้องใส่พริกปราปริก้าเยอะนิดนึง (พริกปราปริก้าจะมีรสชาติออกหวาน แต่ไม่เผ็ด ใส่เพื่อให้สีของอาหารสวย) ถ้าเตาอบมีระบบย่าง ก็ให้ใช้ระบบย่างแทน ไก่จะหอมหนังกรอบและเนื้อในจะนุ่มกว่าแบบอบ

CARAMEL CUSTARD CHIFFON CAKE

คาราเมลคัสตาร์ทชิฟฟ่อนเค้ก
เป็นเค้กคัสตาร์ทเนื้อชิฟฟ่อนที่เบา เนื้อเบาและนุ่มแบบซอฟท์เค้ก และสีขาวคล้ายๆแองเจิ้ลเค้ก
วิธีทำจะแบ่งส่วนผสมออกเป็น ส่วนของคาราเมล ส่วนของคัสตาร์ท และส่วนของตัวชิฟฟ่อน ซึ่งชิฟฟ่อนเองก็แบ่งเป็นส่วนของไข่ขาว และส่วนของไข่แดง
มาดูวิธีทำทีละส่วนกันเลย
เริ่มแรก วอร์มเตาอบที่ 180 องศา ไฟล่างอย่างเดียว และต้มน้ำร้อนรอไว้ เพราะใช้วิธีอบแบบรองน้ำร้อน พิมพ์เค้กที่ใช้ ควรใช้พิมพ์ธรรมดา ไม่ควรใช้พิมพ์สปริงฟอร์ม หรือพิมพ์ถอดก้น  ควรใช้ถาดอบที่มีความลึกพอสมควร เพราะเราจะใส่น้ำร้อนหล่อพิมพ์เค้กระหว่างอบตลอดเวลา
ส่วนผสมและวิธีทำคาราเมล
น้ำตาลทราย 60-80 กรัมตามชอบ
น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำคาราเมล นำน้ำตาลและน้ำไปตั้งไฟจนไหม้ แล้วรีบเทใส่พิมพ์ หรือสามารถตวงทุกอย่างใส่พิมพ์ แล้วยกพิมพ์ไปตั้งไฟจนน้ำตาลไหม้ก็ได้
ข้อระวัง พอน้ำตาลเริ่มเป็นสีเหลืองทองให้ระวังความร้อน เพราะน้ำตาลจะไหม้ง่ายมากๆ
ส่วนผสมและวิธีทำคัสตาร์ท
น้ำตาล 80 กรัม
นมจืด 220 กรัม
ไข่แดง 3 ฟอง กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา
วิธีทำคัสตาร์ท นำทุกอย่างใส่รวมกันในชาม จีนจนเข้ากันและน้ำตาลละลายหมดดี นำมากรองเพื่อให้ได้เนื้อคัสตาร์ทที่เนียนและเพื่อให้เยื่อไข่ขาวที่อาจตกค้างอยู่หมดไป กรองแล้วเทใส่ลงในพิมพ์รอไว้ ในตอนนี้ สามารถนำพิมพ์ไปวางบนถาดอบแล้วหล่อในน้ำเดือดรอไว้ได้เลย
วิธีทำและส่วนผสมของตัวชิฟฟ่อน
ส่วนไข่แดง
แป้งเค้ก 100 กรัม    ผงฟู 1 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 50 กรัม  เกลือหยิบมือ
น้ำมันพืช 45 กรัม    ไข่แดง 2 ฟอง   
วนิลา 1 ช้อนชา     น้ำเปล่า 95 กรัม
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ชามผสม คนให้เข้ากันดีแล้วตระกร้อมือพักไว้




ส่วนไข่ขาว
ไข่ขาว 5 ฟอง (2 จากส่วนของไข่แดง และ 3 จากส่วนของคัสตาร์ท) 
น้ำตาลทราย 50 กรัม น้ำมะนาว 2-3 หยด เพื่อให้ไข่ขาวฟูง่าย
วิธีทำ ตีไข่ขาวและน้ำตาลจนฟูตั้งยอดอ่อน (ถ้าตีไข่จนตั้งยอดแข็งเกินไป เนื้อเค้กจะกระด้างได้)
จากนั้น นำไข่ขาวและไข่แดงมะตะล่อมรวมกัน วิธีตะล่อมที่ถูกต้อง ให้แบ่งไข่ขาวเป็น 4 ส่วน ตักส่วนแรกลงในชามไข่แดง แล้วตะล่อมให้พอเข้ากัน เติมส่วนี่ 2 ลงไป ตะล่อมเร็วๆ พอเข้ากัน ทำต่อไปจนไข่ขาวหมด
เวลาตะล่อมให้ตะล้อมเร็วๆให้เข้ากัน และพยายามกวาดให้ถึงก้นชามเพื่อส่วนผสมเข้ากันดี เนื้อเค้กที่อบออกมาจะได้ฟูนุ่มไม่เป็นไต จากนั้นนำเบเทอร์ชิฟฟ่อนที่ได้ไปเทลงในพิมพ์เบาๆ นำเข้าอบเป็นเวลา 45 นาที เมื่อเค้กสุกแล้วให้วางทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วรีบคว่ำออกจากพิมพ์ทันที เพื่อกันคาราเมลแข็งตัว เดี๋ยวจะคว่ำออกมาแต่ตัว หน้าคัสตาร์ทไม่หลุด

CHICKEN OVEN WITH THAI CHICKEN SAUCE

ไก่อบซอสน้ำจิ้มไก่
เป็นเมนูที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยาก คนทำกับข้าวไม่เป็นก็สามารถทำได้

ส่วนผสม
น่องไก่ 5-6 น่อง หรือส่วนอื่นของไก่ตามชอบ
ซอสถั่วเหลือง 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้มไก่ 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่าต้มสุก 1/4 แก้ว
หอมใหญ่ซอยแว่น 1 ลูก หรือผักอื่นตามชอบ
วิธีทำ
นำไก่มาล้างให้สะอาด แล้วนำส้อมจิ้มเนื้อไก่ให้ทั่วๆ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมได้ดี
จากนั้นทาเกลือที่ไก่เล็กน้อย หมักไว้ 15 - 30 นาที เมื่อหมักไก่ครบเวลาแล้ว วอร์มเตาอบไฟบน-ล่างไว้ที่ 200 องศา
นำหอมใหญ่มาหั่นแว่น โรยใส่ไปตามช่องว่างของไก่และถาดอบ
วิธีทำตัวซอส
นำซอสทั้งหมดตวงใส่ชามเติมน้ำเปล่าคนให้เข้ากัน สามารถชิมรสได้ แต่อย่าให้รสจัดเกินไปเพราะหลังอบแล้ว น้ำซอสจะงวด รสจะเข้มข้นขึ้นเอง
แต่ถ้าน้ำจิ้มไก่หวาน สามารถเติมเกลือได้เล็กน้อย
นำซอสที่ผสมเสร็จแล้วมาราดลงในถาดไก่ นำเข้าอบได้เลย เป็น เวลา 20 นาที
จากนั้นให้เปิดเตาอบ กลับด้านไก่ และอบต่ออีก 20 นาที จากนั้นปิดเตาอบ แล้วทิ้งไก่ไว้ในเตาต่ออีก 5-10 นาทีเพื่อให้เนื้อไก่ระอุ กระดูกจะได้ไม่เป็นเลือด

HOW TO KEEP BASIL LONG TIME FOR WINTER

วันนี้มาดูวิธีเก็บผักไว้กินช่วงหน้าหนาว หรือเก็บผักไว้ให้ได้นานๆกัน โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างประเทศ ช่วงหน้าหนาวไม่ค่อยจะมีผักให้ทานเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนไทย ที่ขาด กะเพรา โหระพา กันไม่ค่อยจะได้
มาดูวิธีเก็บกะเพราไว้ทานนานๆกัน (กะเพรา อ้างอิงจากวิกิพิเดีย ไม่มี ร นะจ๊ะ)
ส่วนวิธีเก็บผักอื่นไว้ทานนานๆก็มีหลายวิธี ส่วนวิธีนี้ ใช้เก็บโหระพาไว้ทานนานๆได้เช่นกัน วันนี้จะแสดงวิธีเก็บกะเพราไว้ทานได้นานๆ แต่ที่ตุรกีไม่มีกะเพราไทย เลยใช้โหระพาม่วงแทน เพราะโหระพาม่วงมีกลิ่นและรสชาติเดียวกับกะเพรา เพียงแต่ไม่เผ็ดร้อนเท่ากะเพราขาวของไทย แต่พอแทนกันได้ ดีกว่าไม่มีให้กิน
เริ่มจากเตรียมส่วนผสม
ใบกะเพรา หรือใบโหระพา ล้างสะเด็ดน้ำ เด็ดเอาแต่ใบ ตามรูป 1 ชามใหญ่ ผัดออกมาเหลือจี๊ดเดียวเอง
พริกขี้หนู (ดูจากรูปใช้พริกขี้หนูที่ฟรีซเก็บไว้เอามาทำพริกกะเพรา น้ำแข็งยังเกาะอยู่เลย)
กระเทียม เกลือ น้ำมัน และภาชนะทนความเย็นจัด เพราะเราจะนำไปฟรีซเก็บไว้
ตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะหน่อย เพราะเวลาเอาไปแช่แข็ง ผักจะได้ไม่ช้ำดำๆ พอน้ำมันร้อน ใส่ผักท้งหมดลงไป ผัดพอสลด แล้วปิดไฟ รอจนเย็น ตักใส่ภาชนะ หรือถุงสำหรับแช่แข็ง เข้าช่องแข็งเก็บไว้ทานได้นานถึง 6 เดือน (จะนานกว่านี้ได้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะปีที่แล้วทำไว้ ถุงสุดท้ายทานตอนแช่ฟรีซครบ 6 เดือนพอดี รสชาติยังหอมกะเพราไม่เปลี่ยนแปลง)
ผัดจนผักสลดแบบในรูป แล้วตักทั้งหมด รวมทั้งน้ำมันด้วย เอาไปใส่ภาชนะแช่แข็งเก็บไว้ เวลาจะนำมาทาน ก็ทำเหมือนผัดกะเพราธรรมดา เพียงแต่ ผัดเนื้อสัวต์ให้สุกปรุงรสตามต้องการ อาจจะเพิ่มพริกอีกหน่อย แล้วขั้นสุดท้ายก็นำกะเพราแช่แข็งมาใส่คนให้เข้ากันเป็นอันเสร็จ
เวลานำออกมาใช้ก็ไม่ต้องละลาย เอาออกจากช่องแข็งใส่ลงในกระทะได้เลย คนพอเข้ากันเท่านั้นเอง แต่เวลาปรุงรสต้องอ่อนเค็มไว้ก่อน เพราะในกะเพราที่เราแช่แข็งไว้มีเกลืออยู่แล้วเล็กน้อย
รูปนี้เปรียบเทียบให้ดูว่าก่อนผัด และหลังผัด เหลือจี๊ดเดียว โดยเราแบ่งใส่ถุงสำหรับแช่แข็ง โดยพอแข็งเป็นน้ำแข็งแล้ว จะนำมาหัก เป็น 3-4 ท่อน แค่เป็นก้อนพอใช้ในแต่ละครั้ง หรือใครมีถาดทำน้ำแข็งก้อน สามารถแบ่งกะเพราใส่ถาดที่ทำน้ำแข็งก้อนเป็นก้อนๆ พอแข็งก็เอาแต่ละก้อนออกมาใส่รวมกันในกล่อง พอจะใช้ก็เอามาใช้ทีละก้อนก็ได้

ปล การใส่เกลือลงในผัก เพื่อให้ผักสีสดสวยไม่ดำ แต่ในรูปออกดำๆ เพราะโหระพาสีม่วงเป้นทุนเดิม แต่ถ้าเป็นใบโหระพาธรรมดา สีจะเขียวสวยสดดี เก็บนานๆก็ไม่ช้ำเป็นสีดำ