Youtube Channel

Showing posts with label BAKING TIPS. Show all posts
Showing posts with label BAKING TIPS. Show all posts

TYPE OF CAKE

ประเภทของเค้ก เค้กสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท

1. เค้กเนย (butter cake)
เค้กกลุ่มนี้มีไขมันเป็นเครื่องปรุงที่สำคัญ ไขมันนั้นอาจใช้เนย เนยเทียม เนยขาว อย่างใดอย่างหนึ่งหรือใช้ปนกันก็ได้ และอาจจะอบให้สุกเป็นแผ่น เป็นชิ้นใหญ่ หรือเป็นถ้วยก็ได้

2. เค้กไข่ (unshortened cake)
เค้กกลุ่มนี้ใช้ไข่เป็นเครื่องปรุงหลัก จึงใช้ไข่ในปริมาณมาก และไม่ใช้ไขมันในส่วนผสม แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ

2.1 สปันจ์เค้ก (spong cake) เป็นเค้กที่ใช้ไข่เป็นส่วนผสมหลัก คุณภาพของไข่จะมีผลอย่างมากต่อการทำสปันจ์เค้ก เพราะเค้กชนิดนี้ขึ้นฟูด้วยไข่ ไข่ที่สดและใหม่ เมื่อนำมาตีจะมีความคงตัวกว่าไข่ที่มีลักษณะเหลวไข่ไก่ในอุณหภูมิห้องจะตีได้ปริมาณที่มากกว่าไข่ที่เย็น มีวิธีทำโดยนำส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นเนยละลายตีรวมกันโดยเพิ่มสารเสริมคุณภาพ ตีจนส่วนผสมขึ้นฟูจึงใส่เนยละลาย

2.2 เมอแรงก์เค้ก (merinque cake) เค้กกลุ่มนี้ใช้เฉพาะไข่ขาวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เช่น แองเจิลเค้ก

3. คอมบิเนชั่นไทป์เค้ก (combination type cake)
เป็นเค้กที่คล้ายกับเค้กไข่ แต่มีส่วนผสมของไขมันที่ใช้ในรูปของน้ำมัน มีวิธีการทำก่ำกึ่งกันระหว่างเค้กเนยและเค้กไข่ เรียกว่าชิฟฟอนเค้ก (chiffon cake) ซึ่งมีโครงสร้างที่ละเอียดเหมือน เค้กไข่ และมีเนื้อเค้กที่เงามันเหมือนเค้กเนย

MEAUSURE OF BAKING

ตารางการ ตวง ชั่ง วัด ปริมาณ อัตราส่วน
เปรียบเทียบ

ตารางการเปรียบเทียบมาตราส่วน1 ช้อนชา = 1/3 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนชา = 5 กรัม

1 ช้อนโต๊ะ = 3 ช้อนชา
1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ = 0.5 ออนซ์
2 ช้อนโต๊ะ = 1 / 8 ถ้วยตวง
4 ช้อนโต๊ะ = 1/ 4 ถ้วยตวง
12 ช้อนโต๊ะ = 3/ 4 ถ้วยตวง
16 ช้อนโต๊ะ = 1 ถ้วยตวง

1 ถ้วยตวง = 16 ช้อนโต๊ะ
1 ถ้วยตวง = 240 กรัม
1 ถ้วยตวง = 8 ออนซ์

1 ออนซ์ = 2 ช้อนโต๊ะ
1 ออนซ์ = 30 กรัม (เอาให้เป๊ะๆเลย 1 ออนซ์ = 28.3495 กรัม)
2 ออนซ์ = 1/4 ถ้วยตวง
8 ออนซ์ = 1 ถ้วยตวง = 226.796 กรัม

1 ไพนท์ = 32 ช้อนโต๊ะ
1 ไพนท์ = 480 กรัม
1 ไพนท์ = 2 ถ้วยตวง
1 ไพนท์ = 16 ออนซ์

1 ควอท = 4 ถ้วย
1 แกลลอน = 4 ควอท
1 ปอนด์ = 16 ออนซ์ หรือ 453.59 กรัม
1 กิโลกรัม = 2.2 ปอนด์


มาตราส่วนสำหรับแป้งสาลี
แป้งขนมปัง (ตราห่าน) 1 ถ้วย = 110 กรัม
แป้งเอนกประสงค์ (ตราว่าว) 1 ถ้วย = 95 กรัม
แป้งเค้ก (ตราพัดโบก) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้งสาลีชนิดเบาที่สุด (ตราบัวแดง) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้ง Whole Wheat 1 ถ้วย = 70 กรัม
แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย = 100 กรัม


มาตราส่วนสำหรับน้ำตาล
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย = 185 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย = 180 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย = 85 กรัม


มาตราส่วนสำหรับไขมัน
เนยสด (หรือมาการีน) 1 ถ้วย = 200 กรัม
เนยขาว 1 ถ้วย = 185 กรัม
Peanut Butter 1 ถ้วย = 240 กรัม
Pastry Margarine 1 ถ้วย = 200 กรัม
น้ำมันพืช 1 ถ้วย = 200 กรัม


มาตราส่วนสำหรับไข่
ไข่ไก่ (ขนาดกลาง) 1 ฟอง = 50 กรัม
ไข่แดง 1 ฟอง = 17 กรัม
ไข่ขาว 1 ฟอง = 33 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 0 4 ฟอง หรือเบอร์ 3 6 ฟอง (ไม่รวมเปลือก) = 1 ถ้วย
ไข่ขาว 8-10 ฟอง = 1 ถ้วย


มาตราส่วนสำหรับนม
นมข้นจืดระเหย 1 ถ้วย = 240 กรัม
นมผงขาดมันเนย 1 ถ้วย = 120 กรัม
ครีมข้น 1 ถ้วย = 225 กรัม
วิปปิ้งครีมสด 1 ถ้วย = 200 กรัม


มาตราส่วนสำหรับสารขึ้นฟู
ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
โซดาไบคาร์บอเนต (Baking Soda) 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ผงฟู (Baking Powder) 1 ช้อนโต๊ะ = 8 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ (Cream of Tartar) 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
แอมโมเนีย 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม


มาตราส่วนอื่นๆ
ผงโกโก้ 1 ถ้วย = 65 กรัม
Chocolate สำเร็จรูป 1 ถ้วย = 200 กรัม
Chocolate สำเร็จรูปสำหรับแต่งหน้า 1 ถ้วย = 120 กรัม
น้ำ 1 ถ้วย = 225 กรัม
วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
กาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ = 2 กรัม
น้ำใบเตยคั้นข้น 1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย = 75 กรัม
น้ำผึ้ง 1 ถ้วย = 300 กรัม


ขอบคุณคุณhoney@PG

SMALL TIPS MUST KNOW

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สิ่งที่ควรทราบในการทำอาหาร

เรื่องหน้ารู้ในการทำเบเกอรี่
- ชื่อแป้งชนิดต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาตุรกี
- ตารางเปรียบเทียบมาตราส่วน ของวัตถุดิบในการทำเบเกอรี่แบบต่างๆ
- ประเภทของพายและเพสตรี
- แป้งต่างๆที่ใช้ในการทำขนม
- เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเจลาตินและผงวุ้น
- เกร็ดเล็กๆเกี่ยวกับการทำเบเกอรี่
- ประเภทของเค้ก
- เทคนิคและวิธีการทำเค้ก

เรื่องหน้ารู้ในการทำอาหาร
- ชื่อเครื่องเทศต่าง แปลภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ ภาษาตุรกี
- Vegetables (ผักไทย ชื่อเรียกภาษาตุรกี)
- เครื่องปรุงอาหารไทยที่หาได้ในตุรกี รูป และราคา
- วิธีชงชาแบบตุรกี
- วิธีทำให้หอมใหญ่ไม่มีกลิ่นฉุน และไม่มีรสชาติเผ็ด (ทำให้รสอ่อนลง)


สาระหน้ารู้ต่างๆ
- เรื่องของเนย ชีส มาการีน ไขมันนม และน้ำมัน
- วาซาบิ ทำเอง
- เล็กๆน้อยๆ สำหรับอาหารตุรกีที่เหมือนอาหารไทย 

TIPS FOR BAKING

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำเบเกอรี่

เรื่องของไข่ในการทำเบเกอรี่
ไข่ ควรแยก ไข่แดง และไข่ขาว ขณะไข่เย็น จะแยกได้ง่ายกว่า
การตีไข่ให้ขึ้นฟู ไข่ควรมีอุณหภูมิห้อง (แยกไข่แล้วตั้งไว้จนหายเย็น)
ถ้าไม่มีครีมออฟทาร์ทาร์ สามารถใช้น้ำมะนาวเล็กน้อยเพื่อให้ไข่ขาวฟู
ไข่ขาวจะตีขึ้นฟูดี ถ้าภาชนะที่ใช้ไม่มีคราบมัน
ทำ SPONG CAKE หรือสปัจน์เค้ก ไข่แดงควรอุ่นๆ จะทำให้ฟองอากาศในไข่อยู่ตัวได้ดีกว่า

เรื่องน่ารู้ต่างๆในการทำเบเกอรี่
ถ้าไม่มีสารเสริมในการทำเบเกอรี่ สามารถตีสปัจน์เค้ก โดยตีไข่อังไอน้ำ (เทคนิคแบบญี่ปุ่น) หรือใช้ไข่แดงอุ่น และเนยอุ่นในการผสมเบเทอร์

ครีมออฟทาร์ทาร์ ใช้ตีคู่กับไข่ขาว
เอสพี ใช้ตีกับไข่ทั้งใบหรือไข่แดง

วัตถุดิบที่สามารถใช้แทนกันได้ในการทำเบเกอรี่
ถ้าไม่มีแป้งกวนไส้ สามารถใช้แป้งข้าวโพดแทนได้ แต่ผลที่ได้คือสีจะออกขุ่นกว่าเล็กน้อย สามารถใช้สีผสมอาหารเพิ่มลงไปได้

ถ้าไม่มีบัตเตอร์มิลค์ สามารถใช้ นมจืดแทนโดยเติมมะนาวลงไป 1 ช้อนชา

ถ้าไม่มีซาวครีม สามารถใช้โยเกริต์รสธรรมชาติแทนได้

TYPE OF PASTRY

ประเภทของพายและเพสตรีนั้นแบ่งออกได้หลายประเภท ซึ่งจะแบ่งไปตาม

ลักษณะของแป้งที่ใช้
1.แป้งขนมปังกรอบบดและเพสตรี
จะเป็นเพสตรีอย่างหนึ่งเพราะเปลือกพายจะใช้เป็ฯที่บบรจุไส้ครีม ซึ่งส่วนใหญ่พายผลไม้มักจะใช้แป้งแบบนี้


2.แป้งพายหวาน
ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เพียงแต่เพิ่มน้ำตาลเข้าไปในส่วนผสมแป้ง สำหรับไว้ใช้เป็นเปลือกพายผลไม้


3.แป้งพายชั้น
เป็นแป้งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด สามารถใช้ใส่ส่วนผสมได้ทั้งหวานทั้งคาว ความพิเศษของแป้งชนิดนี้คือเมื่ออบสุกแล้ว แป้งที่ออกมาจะเป็นชั้นๆสีเหลือง กรอบ


4.แป้งพายร่วน
แป้งชนิดนี้เป็นแป้งดั้งเดิมของพาย วิธีการทำแป้งพายก็ไม่ยุ่งยากง่ายดายที่สุด เมื่ออบสุกแล้วลักษณะแป้งที่ออกมาจะกรอบ ร่วน


5.แป้งชูส์หรือแป้งครีมพัฟฟ์
แป้งชนิดนี้ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ลักษณะแป้งที่อบสุกออกมาจะขายตัวเป็นโพรงตรงกลาง เพื่อที่จะไว้ใส่ไส้ได้ทั้งคาวและหวาน


หลักในการทำแป้งพาย

1.ในการผสมแป้งพายควรใช้น้ำเย็นเป็นส่วนผสมจะดีที่สุด

2.ไม่ควรนวดแป้งในปริมาณมากเกินไปและเวลาในการนวดไม่ควรนานด้วย เพราะจะทำให้แป้งเหนียวยากต่อการคลึงแป้ง เมื่ออบแป้งออกมาแป้งจะแห้ง แข็งไม่ฟู

3.ในการนวดแป้งถ้าต้องการให้แป้งกรอบมากขึ้นเวลาที่ผสมส่วนผสมทุกอย่างแล้วให้นำแป้งเข้าตู้เย็นในช่องธรรมดาสักประมาณ 1/2 ชั่วโมง เวลาที่นำมาวางแผ่บนพิมพ์และเมื่ออบออกมาแล้วแป้งจะกรอบมากขึ้น

4.การใช้พิมพ์ในการอบควรเลือกใช้พิมพ์ที่เป็นแก้วจะดีกว่า เพราะแป้งที่ออกมาจะรูปร่างสวยกว่าใช้พิมพ์โลหะ

5.เมื่อต้องการจะอบเปลือกพายเปล่าๆโดยที่ยังไม่ได้ใส่ไส้ควรใช้ส้อมจิ้มที่ก้นพายก่อนเพื่อไม่ให้แป้งฟูพอง

6.แป้งพายทุกชนิดเราสามารถทำเก็บไว้ใช้ล่วงหน้าได้โดยที่เมื่อผสมส่วนผสมแล้วให้นำใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิทเก็บเข้าตู้เย็นในช่องแช่แข็ง เมื่อเวลาที่จะนำมาใช้ก็ให้วางไว้ให้แป้งคลายตัวนำมาทำได้เหมือนเดิม ส่วนแป้งที่อบสุกแล้วก็สามารถเก็บไว้ใช้ทีหลังได้ โดยแช่ช่องแช่แข็งไว้เหมือนกันก่อนที่จะนำมาใช้ก็ทิ้งไว้สักพักให้แป้งนิ่มลง จึงผสมส่วนผสมได้ตามปกติ

7.ในการอบแป้งพายนั้นส่วนมาเราจะพบว่าขอบของแป้งพายนั้นจะเริ่มสุกก่อนและอาจจะไหม้ได้ วิธีแก้คือให้นำกระดาษฟอยล์มาหุ้มปิดทับตามขอบเหลือที่ว่างตรงกลางไว้ เมื่อนำแป้งเข้าอบแป้งตรงกลางจะเริ่มสุกก็ให้เอากระดาษฟอยล์ออกแป้งที่ได้จะสุกเหลืองทั่วถึงกัน

GELATIN MEASURE AND HOW TO USE GELATIN

GELATIN MEASURE  AND HOW TO USE GELATIN

เจลาติน มี 2 ชนิด คือแบบแผ่น และแบบผง

ตารางเปรียบเทียบปริมาณเจลาตินแบบต่างๆ
เจลาติน 2 แผ่นเล็ก เท่ากับ 1 แผ่นใหญ่
เจลาติน 2 แผ่นเล็ก เท่ากับ เจลาตินผง 1 ช้อนโต๊ะ
เจลาติน 2 แผ่นเล็ก ใช้แทนผงวุ้น 1 ช้อนชา

เจลาติน 1 แผ่นใหญ่ เท่ากับ เจลาตินผง 2.5 กรัม

การใช้เจลาติน และคุณสมบัติ ความแตกต่างระหว่างเจลาตินและผงวุ้น
เจลาติน ต้องผสมหรือแช่ในน้ำเย็น และนำไปละลายในน้ำร้อน  แต่ผงวุ้นผสมในน้ำร้อนได้เลย
เจลาติน จะต้องทำการบูมก่อนใช้ทุกครั้ง  ผงวุ้นนำไปใช้ได้เลย
เจลาตินให้ความหยุ่น (เจลลี่)  แต่ผงวุ้นให้ความแข็ง (วุ้นทั่วไป)
เจลาตินแข็งตัวด้วยความเย็นแต่คลายตัวเมื่อเจออากาศร้อน แต่ผงวุ้น เจออากาศร้อนก็ไม่คลายตัวยังคงความแข็ง
เจลาตินนำแช่แข็งได้ เมื่อออกจากช่องแช่แข็ง ทิ้งไว้สักครู่จะคืนความหยุ่นเหมือนเดิม แต่ผงวุ้นไม่สามารถแช่แข็งได้ ถ้าแช่แข็งจะทำให้เสียคุณสมบัติและไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้
เจลาตินทำมาจากพืช หรือสัตว์ แต่ผงวุ้นทำจากสาหร่าย

การบูมเจลาติคือ การเอาเจลาตินแช่น้ำ เพื่อทำให้อิ่มน้ำก่อนนำมาใช้
ส่วนใหญ่ปริมาณน้ำต่อเจลาตินที่ใช้ จะเป็นอัตราส่วน น้ำ 5 ส่วน ต่อ เจลาติน 1 ส่วน





HOW TO DO CAKE

วิธีการทำเค้ก

1. สิ่งที่ควรรู้สำหรับการทำเค้กทุกชนิด คือ
1.1 ร่อนแป้งก่อนตวงหรือชั่งแล้วร่อนก่อนที่จะร่อนรวมกับเครื่องปรุงแห้งอื่นๆ
1.2 ตวงหรือชั่งเครื่องปรุงให้ถูกต้องตามตำรับกำหนด
1.3 เตรียมพิมพ์ให้พร้อมก่อนลงมือผสม โดยการทาพิมพ์ด้วยเนยขาว
1.4 ควรเลือกใช้พิมพ์โลหะผิวมัน เช่นพิมพ์อะลูมิเนียมที่ผิวมัน เพราะความมันของ ผิวจะสะท้อนความร้อนออก ช่วยให้ได้เค้กที่นุ่ม มีสีน้ำตาลอ่อน
1.5 เลือกขนาดของพิมพ์ให้ถูกต้อง เค้กที่อบในพิมพ์ขนาดใหญ่เกินไปจะแบนหรือ ใช้พิมพ์ที่มีขนาดเล็กเกินไป อาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นเพราะเค้กมีความหนามากขึ้น หรือเค้กอาจล้นพิมพ์ออกมาได้
1.6 ควรจุดเตาอบก่อนนำเค้กเข้าอบประมาณ 10-15 นาที
1.7ควรผสมเค้กโดยใช้ระยะเวลาที่เหมาะสมอย่าให้น้อยไปหรือนานเกินไปเพราะระยะเวลาที่ใช้ในการผสมนั้นมีผลต่อเนื้อเค้ก
1.8 เทส่วนผสมลงในพิมพ์อบเพียง ? ของพิมพ์เพื่อป้องกันการขยายตัวฟูขึ้นมา จนล้นพิมพ์ขณะอบ
1.9 ระมัดระวังการวางพิมพ์ในเตาอบ หากอบเค้กเพียงพิมพ์เดียวให้วางไว้ที่ตระแกรง
ชั้นกลาง โดยให้อยู่กึ่งกลางของเตาอบ แต่หากอบครั้งละหลายๆพิมพ์ ให้วางพิมพ์
ห่างกันแต่ละพิมพ์อย่างน้อย 1 นิ้วและห่างจากผนังเตาอบอย่างน้อย 1 นิ้วเช่นกัน
1.10 เมื่อสุกแล้วนำพิมพ์ออกจากเตาอบ วางบนตระแกรงลวด พักให้คลายร้อน
จึงคว่ำออกจากพิมพ์ พักไว้จนเย็นสนิทเสียก่อนจึงแต่งหน้าเค้กได้

2. Foam Type Cake
2.1 ควรอบในพิมพ์ ทิวบ์แพน (tube pan)
ไม่ต้องทาไขมันเพราะขณะอบแบตเตอร์จะ อาศัยเกาะข้างพิมพ์ และข้างปล่องตรงกลางเพื่อให้การขึ้นฟู เป็นไปอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นไข่ จึงไม่แข็งแรง พอที่จะดันตัวเองให้ขึ้นฟูได้ เหมือนเค้กเนย
2.2 ใช้ไข่ที่มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง เมื่อตีแล้วจะได้ปริมาตรสูงสุดการตีไข่ขาวต้องระวังมิให้ไข่นั้นมีน้ำและไขมันปน และต้องไม่มีเศษของไข่แดงหลงเหลืออยู่
2.3 เมื่อเทแบตเตอร์ ลงในพิมพ์แล้วใช้มีดหรือspatula ตัดแบตเตอร์ไปมาระหว่างขอบพิมพ์กับปล่องตรงกลางเพื่อทำลายฟองอากาศใหญ่ๆ ที่แทรกอยู่ในส่วนผสมช่วยให้ได้เค้กที่เนียนสม่ำเสมอดีขึ้น
2.4 นำเข้าอบ โดยถอดตระแกรงชั้นบนของเตาอบออกเสียก่อน เพื่อมีที่ว่างพอที่เค้กจะขึ้นฟูได้เต็มที่
2.5 เมื่อสุกแล้วนำเค้กออกมาพักให้เย็นในพิมพ์ โดยคว่ำพิมพ์ลงเพื่อป้องกันเค้กยุบตัว โดยวางคว่ำบนตระแกรงลวด
2.6 เมื่อเย็นสนิท ใช้มีดบางสอดลงไประหว่างเค้กกับพิมพ์ แล้วเซาะโดยรอบพิมพ์ จากนั้นนำจานมาคว่ำลงบนเค้ก จับทั้งจานและพิมพ์เค้กพลิกกลับ

3. combination type cake คือ ชิฟฟอนเค้กนั้น พิมพ์ที่ใช้อบ ให้ชุบน้ำ แล้วสบัดน้ำส่วนเกินออกแล้วจึงเทแบตเตอร์ลงในพิมพ์ เพื่อให้แบตเตอร์เกาะพิมพ์ได้ดีขึ้น

การดูความสุกของเค้ก
เค้กที่อบไม่ได้ที่ จะมีเนื้อแฉะ สีซีด และยังมีรสของแป้งดิบหลงเหลืออยู่ ส่วนเค้ก ที่อบนานเกินไป เนื้อจะแห้ง และติดพิมพ์ วิธีทดสอบว่าเค้กสุกหรือไม่ทำดังนี้
1. ใช้ไม้แหลมเล็กๆ จิ้มลงตรงกลางชิ้นเค้กแล้วดึงขึ้น หากสะอาดดีไม่มีเศษเค้กเกาะติดออกมาแสดงว่าสุกแล้ว
2. หน้าเค้กโค้งมน เมื่อใช้นิ้วแตะเบาๆ ตรงกึ่งกลางจะรู้สึกนุ่ม และรอยสัมผัสนั้นดันตัวกลับคืนสู่สภาพปกติ
3. รอยแตกที่ผิวหน้ามองดูแห้ง

วิธีการทำเค้กเนย Butter Cake
1. ตีไขมันกับน้ำตาลจนกระทั่งสีของไขมันอ่อนลง เนื้อฟูขึ้น โดยใช้หัวตีรูปใบไม้ ตีด้วยความเร็วปานกลาง
2. ใส่ไข่ลงทีละฟอง
3. ใส่แป้งที่ร่อนรวมกับผงฟู นมผง หรือเครื่องปรุงแห้งอื่น สลับกับน้ำหรือเครื่องปรุงที่เป็นน้ำ โดยแบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน น้ำ 2 ส่วน เริ่มด้วยแป้ง และจบด้วยแป้งเสมอ
4. แต่งกลิ่น
5. ตักใส่พิมพ์
6. นำเข้าอบ

วิธีการทำ Sponge Cake
1. แยกไข่ขาวออกจากไข่แดง
2. ตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน
3. เติมน้ำตาลลงทีละน้อยจนหมดแล้วตีให้ตั้งยอดอ่อนอีกครั้ง
4. ใส่ไข่แดงลงทีละฟอง
5. เคล้าแป้ง
6. ใส่พิมพ์ แล้วอบ

TYPE OF FLOUR

TYPE OF FLOUR แป้งประเภทต่างๆ
1 แป้งข้าวเจ้า (Rice flour)
เป็นแป้งที่ทำจากเมล็ดข้าวเจ้า มีลักษณะเป็นผงมีสีขาวจับแล้วสากมือเล็กน้อย เมื่อทำให้สุกจะมีลักษณะขุ่นร่วน ถ้าทิ้งให้เย็นจะอยู่ตัวเป็นก้อน ร่วนไม่เหนียว
เหมาะที่จะประกอบอาหาร ที่ต้องการความอยู่ตัวร่วน ไม่เหนียวหนืด เช่น ขนมขี้หนู ขนมกล้วย เส้นขนมจีน 2 แป้งข้าวเหนียว (Glutinous Rice flour) เป็นแป้งที่ทำมาจากเมล็ดข้าวเหนียว ที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว จับแล้วสากมือเล็กน้อย เมื่อนำไปทำให้สุกจะมีลักษณะขุ่นข้น เหนอะหนะ พอแป้งถูกความร้อนจะจับตัวเป็นก้อนค่อนข้างเหนียว เหมาะในการนำมาประกอบอาหารที่ต้องการความเหนียวเกาะตัว เช่น ขนมเทียน ขนมถั่วแปบ ขนมต้ม ฯลฯ3 แป้งมันสำปะหลัง (Cassava Starch) ทำมาจากหัวมันสำปะหลัง มีลักษณะเป็นผงสีขาว จับผิวสัมผัสของแป้งจะเนียน ลื่นมือ เมื่อทำให้สุกจะเหลวเหนียวหนืดและใช้ เมื่อพักให้เย็นจะมีลักษณะเหนียวเหนอะหนะคงตัว นิยมนำมาผสมกับอาหารที่ต้องการความ
เหนียวหนืดและใส เช่น ทับทิมกรอบ เต้าส่วน

4 แป้งข้าวโพด (Corn Starch)
เป็นแป้งที่สกัดมาจากเมล็ดข้าวโพด มีลักษณะเป็นผงสีขาวเหลืองนวลจับแล้วผิวสัมผัสของแป้งเนียนลื่นมือ
เมื่อทำให้สุก จะมีลักษณะข้นและใสไม่คืนตัวง่าย เมื่อเป็นตัวแป้งจะอยู่ตัวจับเป็นก่อนแข็งร่วนเป็นมันวาว ในขนม
หวานไทย นิยมนำมาผสมกับอาหารเพื่อต้องการความข้นอยู่ตัว เมื่อสัมผัสดูเนื้อแป้งเนียนละเอียดลื่น
5 แป้งถั่วเขียว (Mungbean Starch) เป็นแป้งที่สกัดมาจากถั่วเขียว เมล็ดแห้งมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ จับผิวสัมผัสแล้วจะสากมือ ก่อนใช้ควรนำมาบดให้เป็นผงก่อน เมื่อทำให้สุกจะมีลักษณะข้นค่อนข้างใส เมื่อพักให้เย็นจะจับตัวเป็นก้อนแข็งอยู่ตัวค่อนข้างเหนียว เหมาะในการทำอาหารที่ต้องการความใสอยู่ตัว6 แป้งท้าวยายม่อม (Arrowroot Starch) สกัดมาจากหัวมันท้าวยายม่อม มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีขาวเป็นเงา เวลาใช้ต้องบดให้ละเอียดเป็นผง เมื่อนำไปประกอบอาหารจะให้ความข้นเหนียวหนืดและใส เมื่อทำให้เย็นจะเหนียวตัวกว่าแป้งมันสำปะหลัง นิยมนำมาใช้ร่วมกับแป้งชนิดอื่นๆ เพื่อให้ได้อาหารที่มีความข้นเหนียว เป็นมันวาว7 แป้งสาลี (Wheat Flour) ทำจากเมล็ดข้าวสาลี ลักษณะเป็นผงมีสีขาวเมื่อทำให้สุกจะมีลักษณะร่วนเหลว ไม่อยู่ตัวคุณภาพของแป้งสาลีขึ้นอยู่กับปริมาณโปรตีนในเมล็ดขาวสาลี ซึ่งทำให้ได้ลักษณะของขนมต่างกัน


แป้งสาลียังแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ตามคุณสมบัติของแป้งคือ

แป้งสาลีสำหรับทำขนมปัง (Bread Flour)

ทำจากข้าวสาลีชนิดหนัก มีปริมาณโปรตีน 12-13% แป้งมีสีขาวนวล เมื่อสัมผัสผิวแป้งจะหยาบกว่าแป้งสาลีชนิดอื่น ปริมาณโปรตีนสูง
ทำให้แป้งขนมปังสามารถดูดน้ำได้มาก มีความยืดหยุ่น เหนียว เหมาะสำหรับการทำขนมปัง ปาท่องโก๋

แป้งสาลีอเนกประสงค์ (All purpose Flour) ทำจากข้าวสาลีชนิดหมัก และชนิดเบาผสมรวมกัน มีโปรตีน 9-10 % แป้งมีสีขาวนวล ลักษณะหยาบแต่น้อยกว่าแป้งขนมปัง ให้ความเหนียวพอควร แต่คุณภาพจะสู้แป้งขนมปังไม่ได้ ใช้ทำผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด เช่น คุกกี้ พาย กรอบเค็ม
กะหรี่พัฟ

แป้งสาลีสำหรับทำเค้ก (Cake Flour) ทำจากข้าวสาลีชนิดเบา มีปริมาณโปรตีน 6-9 %

สีขาวเนื้อแป้งละเอียด เมื่อนำมาผสมน้ำจะดูดซึมน้ำได้น้อยได้ก้อนแป้งที่เหนียวติด คือ เหมาะสำหรับทำขนมสาลี ขนมฝรั่ง ขนมเค้ก ฯลฯ

ที่มา tipfood

TYPE OF FLOUR (THAI - ENGLISH - TURKISH NAME)

ชื่อแป้งชนิดต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ และ ภาษาตุรกี

แป้งมัน - tapioca flour, potato flour, cassava flour.  /  buğday nişastası

แป้งสาลี - plain flour /  nomal un

แป้งข้าวสาลี - wheat flour  /  bulgur unu

แป้งข้าวเจ้า - rice flour  / pirinç unu

แป้งข้าวเหนียว - sticky rice flour, glutinous rice flour

แป้งข้าวโพด - corn flour, maize flour  / mısir nişastası

แป้งมันสำปะหลัง - tapioca flour

แป้งสาคู - sago flour, tapioca pearl(สาคู)

แป้งตันหมี่ - wheat starch

แป้งเค้ก - self-raising flour

แป้งท้าวยาวม่อม - Arrowroot flour (Ground Arrowroot)