Coffee fudge brownies with hazelnut crumble

Coffee fudge brownies with hazelnut crumble
ค้อฟฟี่บราวนี่เค้ก สูตรนี้ได้มาจากบล๊อคแม่ปู คนสวยใจดี ขนมแม่ปูหยิบมาทำทีไร สูตรไหนสูตรนั้นรับประกันความอร่อย แต่วันนี้เอามาดัดแปลงนิดนึง ตรงที่ใช้ ช๊อคโกแลตธรรมดา แทน ช๊อคโกแลตชิพทั้งหมด แล้วก็ไม่ได้ใส่ Sour cream หรือครีมเปรี้ยว ทำให้เนื้อที่ออกมามันหนึบหนับตามแบบฉบับของบราวนี่ แล้วก็เปลี่ยนส่วนของ ครัมเบิ้ลท้อปปิ้ง จากวอลนัทมาเป็น ฮาเซลนัทแทน เพราะว่ามีถั่วนี้ติดบ้านพอดีแถมใส่เยอะเกินกว่าต้นตำหรับเพราะ มีถั่วเหลือจากสูตรอีกนิดหน่อย ไหนๆก็ไหนๆ เลยใส่มันซะให้หมดนั่นหล่ะ
สูตรตัวค้อฟฟี่บราวนี่
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/4 ถ้วยตวง
ผงฟู                             1 ช้อนชา
เกลือป่น                      1/2 ช้อนชา
เนยจืด                         113 กรัม
ช็อคโกแลตบาร์           270 กรัม
กาแฟผง                      2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่เบอร์ใหญ่           2 ฟอง
น้ำตาลทราย               1/2 ถ้วยตวง
ช็อคโกแลตชิพ           1/2 ถ้วยตวง

สูตรหน้าท๊อปปิ้ง (ครัมเบิ้ล)
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย                1/2 ถ้วยตวง
ถั่วฮาเซลนัท                1/2 ถ้วยตวง
เนย                               57 กรัม

วิธีทำส่วนท๊อปปิ้ง
เอาส่วนของท๊อปปิ้งทั้งหมดใส่รวมกันในโถปั่น ปั่นให้เป็นเม็ดหยาบๆประมาณในรูปแล้วแช่เย็นพักไว้ กันเนยละลาย

วิธีทำส่วนของค๊อฟฟี่บราวนี่
เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 170'c เตรียมพิมพ์ถอดข้าง หรือถอดก้นขนาด 8-9 นิ้ว ทาเนยปูกระดาษไขที่ก้นพิมพ์
ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือรวมกันพักไว้
ตวงเนย ช๊อคโกแลตบาร์ และผงกาแฟใส่หม้อ โดยให้สับช๊อคโกแลต และเนยเป็นชิ้นเล็กๆ
นำไปตุ๋นบนหม้อน้ำร้อนให้ละลายเขากันดี

เมื่อทุกอย่างละลายเข้ากันดีแล้วให้ยกออกจากความร้อน

จากนั้นตอกไข่ใส่โถ เติมน้ำตาลลงไป ตีด้วยตะกร้อมือให้เข้ากัน

แล้วค่อยๆเติมช๊อคโกแลตที่ตุ๋นแล้วลงไป คนให้เข้ากันดี

เมื่อเข้ากันดีแล้วให้ทยอยใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไป โดยใช้พายยาง ตะล่อมให้เข้ากัน
สุดท้ายค่อยๆเติมช๊อคโกแลตชิพลงไป คนให้เข้ากันดี แล้วค่อยๆเทขนมใส่พิมพ์ โดยพยายามเกลี่ยหน้าขนมให้เรียบเสมอกัน

เมื่อเทขนมใส่พิมพ์เรียบร้อยดีแล้ว ให้เอาตัวครัมเบิ้ล หรือท้อปปิ้งที่ทำไว้ มาโรยบนหน้าให้ทั่วๆ
โดยเริ่มโรยจากขอบๆเข้ามาตรงกลาง ระวังอย่าให้ตัวท้อปปิ้งจมลงในเค้ก

เสร็จแล้วนำเข้าอบ เป็นเวลาประมาณ 40-50 นาที แล้วแต่เตา เช็คสุกที่เวลา 40 นาที เพราะถ้าอบนานเกินไปขนมจะแห้งและแข็ง

อบเสร็จแล้ววางพักไว้สัก 10-15 นาที ค่อยเอาออกจากพิมพ์

No comments: